ข่าวสาร    

อย.  
 

 เเจง เครื่องสำอาง

 

ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องหมาย อย.

 

     อย. เผย  หลายคนเข้าใจผิดว่าเครื่องสำอางทุกชนิดต้องมีเครื่องหมาย อย. ที่จริงจะมี อย. เฉพาะเครื่องสำอางควบคุมพิเศษที่เป็นเครื่องสำอางที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด อันตราย มากที่สุด เเละมีส่วนผสมของสารควบคุม อาทิผลิตภัณฑ์ย้อมผม. ตัดผม ยาสีฟัน ที่ผสมฟลูออไรด์ ส่วนเเชมพูสระผม จัดเป็นเครื่องสำอางทั่วไปไม่ต้องมี เครื่องหมาย อย. เเต่ต้องเเสดงรายละเอียดของผลิต๓ัณฑ์บนฉลากอย่างชัดเจนเเละ ครบถ้วน

     นายเเพทย์บรรพ ต้นธีรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารเเละยา กล่าวว่าปัญหาที่ ผู้บริโภคสงสัยกันมากคือเครื่องหมาย อย.ที่ฉลากเครื่องสำอาง เครื่องสำอางที่ดีฉลาก ต้องมีเครื่องหมาย อย.ใช่หรือไม่? จึงขอชี้เเจงเพิ่มเติมว่าเครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่มี อันตรายต่อผู้บริโภคได้เป็น ๓ ระดับ คือเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ, เครื่องสำอางควบคุม เเละเครื่องสำอางทั่วไปสำหรับ กรณีเเชมพูสระผม ขอเเจ้งให้ทราบว่าเเชมพูสระพูจัดเป็น เครื่องสำอางทั่วไปที่ไม่ต้องมาขออนุญาติให้มีเครื่องหมาย อย. ยกเว้นเเชมพูที่มีส่วนผสมของสารขจัดรังเเค จัดเป็นเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ฉลากของเครื่องสำอางเหล่านี้จะต้องเเสดงเลขทะเบียนในกรอบเครื่องหมาย อย. ใกล้กับข้อความ "เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ" สำหรับเครื่องสำอางควบคุมนั้น ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ต้องมาจดเเจ้งก่อนการผลิต การนำเข้า ที่ฉลากไม่ต้องมีเครื่องหมาย อย. ส่วนเครื่องสำอางทั่วไป ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ไม่ต้องมาขออนุญาตกับ อย. ที่ฉลากจึงไม่ต้องเเสดงเครื่องหมาย อย. เเต่ที่ฉลากเครื่องสำอางทุกประเภท ต้องเเสดงรายละเอียดเป็นภาษาไทย ให้ข้อมูลเบื้องต้นที่จำเป็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้นๆ อย่างครบถ้วนเเละชัดเจน ได้เเก่ ชื่อ ประเภท ส่วนประกอบสำคัญ ชื่อเเละที่ตั้งผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ เเละ ปริมาณสุทธิ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากข้อมูลบนฉลากในการเลือกใช้ อีกทั้งหากมีปัญหาสามารถติดต่อผู้ผลิตได้ตามที่อยู่ที่ปรากฏบนฉลาก

     รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้มีหลายคนนิยมใช้เเชมพูสมุนไพรซึ่งจัดเป็นเครื่องสำอางทั่วไป เเละมีอยู่หลายประเภท เช่น เเชมพูมะกรูด เเชมพูมะกรูด เเชมพูประคำดีควาย หรือ มะคำดีควาย เเชมพูว่านหางจระเข้ เเชมพูดอกอัญชัน รวมทั้งเเชมพูที่มีส่วนผสมสมุนไพร หลายชนิดรวมกัน สมุนไพรนั้นเป็นภูมิปัญญาไทยที่ใช้มาเเต่ดั้งเดิม คนที่ใช้เเล้วหากใช้ได้ผลก็จะมีการบอกต่อกันไป อย่างไรก็ดีมักมีการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินขอบเขตของเครื่องสำอาง โดยเน้นสรรพคุณเป็นยา เช่นที่มีการระบุสรรพคุณว่าสามารถรักษาชันนะตุ เเก้รังเเค ทำให้ผมดกดำ ไม่หงอกก่อนวัย เป็นต้น คงจะต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้บริโภคเองที่จะสังเกตว่า เมื่อใช้เเชมพูสมุนไรพชนิดใดเเล้วผมมีสภาพดีขึ้น ไม่ทำให้เกิดการเเพ้หรือระคายเคือง หรือผิวหนังอักเสบ หรือผมร่วง สำหรับข้อเเนะนำในการเลือกใช้เเชมพูสระผมควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพเส้นผมของเเต่ละ คน อ่านวิธีใช้ให้ละเอียด เลือกซื้อจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ ถ้าไม่เเน่ใจว่าจะเเพ้เเชมพูชนิดนี้หรือไม่ให้ทดสอบโดยทาเเชมพูเล็กน้อยบริเวณท้องเเขน หรือบริเวณติ่งหู ทิ้งไว้ ๒๔ - ๔๘ ชั่วโมง หากมีอาการร้อน บวม เเดง ผื่นคัน หรืออาการผิดปกติใดๆ ไม่ควรใช้เเชมพูชนิดนั้น ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบผู้ผลิตมัก จะไม่เเจ้งเเหล่งผลิตภัณฑ์มีปัญหาจะตามตัวได้ยาก หากผู้บริโภคพบเบาะเเส สงสัยในพฤติกรรม หรือพบผลิตภัณย์ที่มีปัญหา ขอให้ร้องเรียนได้ที่หมายเลขร้องเรียน โทร. ๕๙๐-๗๓๕๔ หรือสอบถามมาที่กองควบคุมเครื่องสำอาง โทร. ๕๙๐-๗๑๖๙ เพื่อที่ อย. จะได้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป

กองเผยเเพร่เเละควบคุมการโฆษณา เดือนพฤษภาคม ข่าวเเจก ๑๑๑/ ปีงบประมาณ ๒๕๔๒

สมาคมร้านขายยา

  

 

Copyright © 2004 by Thailandcentral

Contact : webmaster@thailandcentral.com